เรือนไทยภาคอีสาน

เรือนไทยภาคอีสานนั้น เป็นเรือนไทยที่สร้างขึ้นในลักษณะกึ่งถาวร มีความคล้ายกันระหว่างเรือนไทยภาคกลาง และเรือนไทยภาคเหนือ ซึ่งเรือนไทยภาคอีสานนั้นจะมีลักษณะยกตัวบ้านสูงกว่าเรือนไทยภาคกลางและภาคเหนือ และมีบันไดขึ้นลงเป็นทางเดียว คล้ายบันไดลิง และชัน เรือนไทยภาคอีสานถูกแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่คือ ลักษณะกึ่งถาวร, ลักษณะถาวร, ลักษณะชั่วคราว

เรือนไทยลักษณะชั่วคราว ส่วนมากใช้เป็นที่พักชั่วคราวและสร้างเฉพาะบางฤดูกาล เช่น ใช้เป็นเถียงนา ในช่วงหน้าฝน โดยใช้เป็นลักษณะโครงสร้างไม้ไผ่ เรือนลักษณะนี้มีอายุใช้งานเพียง 1-2 ปีเท่านั้น ซึ่งสามารถรื้อและซ่อมใหม่ได้

เรือนไทยกึ่งถาวร มีลักษณะเป็นเรือนหลังเล็ก แต่ไม่มาก หรือเป็นกระต๊อบ ซึ่งเป็นเรือนที่มีลักษณะไม่มั่นคงมักถูกเรียกว่า เรือนเครื่องผูก หรือ เรือนเครื่องสับ ส่วนใหญ่แล้วเรือนชนิดแบบกึ่งถาวรจะไม่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย อาจจะใช้เป็นที่เก็บข้าว หรือ เล้าข้าวเท่านั้น

เรือนไทยถาวร เป็นเรือนที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถูกจำแนกออกเป็น 3 ประเภทคือ เฮือนเกย เฮือนแฝด เฮือนโข่ง ถูกในประเภทเครื่องเรือนสับ ส่วนใหญ่เรือนไทยภาคอีสานชนิดนี้ มักมีหน้าต่างที่แคบ และภายในตัวเรือนค่อนข้างทึบ เนื่องจากป้องกันลมหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว และลักษณะของหลังคาจะไม่มีจั่ว กาแล แบบภาคเหนือ และส่วนของหลังคาจะไม่ยื่นออกมาคลุมชานบ้านแบบเรือนไทยภาคกลาง รวมถึงไม่มีการตั้งเสาเรือนบนตอหม้อ เหมือนกับเรือนไทยภาคใต้ ซึ่งชาวภาคอีสานมักปลูกเรือนโดยการฝังเสาเรือน และบันไดของเรือยไทยภาคอีสาน จะเป็นแบบบันไดเดี่ยวตรงขึ้นไปบนตัวเรือน จะไม่มีส่วนพักขั้นบันได เหมือนกับเรือนภาคเหนือและภาคกลาง

เรือนไทยภาคเหนือ

เรือนไทยภาคเหนือ มีลักษณะการสร้างที่คล้ายๆกับเรือนไทยภาคกลาง แต่จะแตกต่างกันตามความเชื่อของคนภาคเหนือ และมีหลากหลายลักษณะตามการก่อสร้าง เรือนไทยภาคเหนือมีเป็นจำนวนมากในช่วงยุคล้านนา กระจายตามจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน และตาก สิ่งหนึ่งที่เรือนไทยภาคเหนือมีจุดเด่นอย่างหนึ่งคือ กาแล เป็นเอกลักษณะของเรือนไทยภาคเหนือ เป็นส่วนที่อยู่บริเวณจั่วมุมหลังคา มีลักษณะคล้ายเป็นแผ่นไม้แกะสลักเป็น แป้นเกล็ด

เรือนไทยภาคเหนือ หรือ เรือนล้านนา ถูกแบ่งตามลักษณะของความเป็นอยู่ของคนภาคเหนือ เช่น เรือนเครื่องผูก เป็นเรือนที่มักปลูกตามชนบท ตามหมู่บ้านต่างๆจะนิยมปลูก ซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่ายและสร้างง่าย ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่เป็นคาน และเสาใช้ไม้เนื้อแข็ง และผนังจะใช้เป็นไม้ไผ่สาน ส่วนหลังคานั้นใช้วัสดุธรรมชาติ คือ ใบตอง หรือหญ้าแฝกมาสานเป็นหลังคา ส่วนใหญ่แล้วเครื่องเรือนผูกนั้นมักไม่ใช้อาศัย แต่จะใช้เป็นบริเวณที่เฝ้านาเท่านั้น และอีกประเภทหนึ่งคือ เรือนกาแล ส่วนใหญ่เป็นเรือนของผู้อาศัยที่มีฐานะดี นิยมสร้างกันเนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน  และด้านจั่วหลังคานั้นมีลักษณะเป็นส่วนไม้ยื่นไคว้กัน แกะสลัก เรียกว่า กาแล ซึ่งความเชื่อของชาวเหนือนั้น บ่งบอกถึง เชื้อตระกูล และความเชื่ออีกอย่างของการมี กาแล นั้นคือเชื่อว่าช่วยไม่ให้ อีกา มาเกาะหลังคาเพราะถือว่าเป็นสิ่งอัปมงคล รวมถึงเป็นการบ่งบอกถึงฐานะของผู้อยู่อาศัยด้วย ปัจจุบัน เรือนไทยภาคเหนือ มีอยู่น้อยแล้ว ส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชม