บ้านสไตล์เรือนไทยอยู่เย็นสบายคลายร้อน

ปัจจุบันบ้านสไตล์เรือนไทยในปัจจุบันค่อนข้างหายากแล้วโดยในปัจจุบันนี้บ้านสไตล์ยุโรปหรือบ้านทรงประยุกต์ค่อนข้างหาง่ายและมีทุ่นสร้างไม่สูงมากหนัก รวมถึงมีการออกแบบสไตล์ที่เรียบง่าย ในสมัยก่อนนั้นบ้านเรือนไทยมีปลูกมากมายซึ่งวัสดุที่หามาได้นั้นเป็นวัสดุธรรมชาติและทั้งนี้บ้านเรือนไทยนั้นมีการออกแบบที่เข้ากับสภาพอากาศได้อย่างดีเนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อนทำให้ต้องสร้างบ้านให้มีการเปิดโล่งรับอากาศเข้ามาในบ้าน ซึ่งบ้านเรือนไทยสมัยก่อนออกแบบมาให้เย็นสบายคลายร้อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ บ้านเรือนไทยมีลักษณะเฉพาะโดยตัวบ้านจะเป็นเรือนยกสูงเพื่อใช้ป้องกันน้ำท่วมนอกจากนี้ตัวเรือนที่ยกสูงนั้นทำให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก อากาศจากภายนอกจะระบายความร้อนออกจากตัวบ้านได้จะสังเกตได้ว่าตัวเรือนนั้นมีชายคายื่นยาวออกจากตัวเรือนซึ่งชายคานั้นสำหรับป้องกันแสงแดดร้อนจัดหรือน้ำฝนในช่วงฤดูฝนได้และการสร้างบ้านในสมัยก่อนนั้นคนไทยยังคำนึงเรื่องของทิศทางลม ดูว่าลมพัดมาจากทิศใดมากที่สุดซึ่งทิศทางของลมนั้นเป็นตัวที่ทำให้นักออกแบบสามารถคำนวณเรื่องของการระบายความร้อนออกจากตัวบ้านด้วย นอกจากนี้ตัวเรือนยังมีส่วนที่เรียกว่าชานเรือน เป็นส่วนที่ลานกว้างโล่งๆกลางตัวบ้านซึ่งในส่วนนี้จะใช้สำหรับนั่งเล่นพักผ่อน, ต้อนรับแขก หรือการนั่งทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวรวมถึงพิธีมงคลต่างๆจะจัดในบริเวณนี้ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือตัวหลังคา ทำไมหลังคาต้องเป็นมุมสูง ในสมัยก่อนหลังคาบ้านจะนิยมนำแฝกหรือกระเบื้องดินเผามาเป็นส่วนประกอบของหลังคาซึ่งช่วยในเรื่องของการระบายความร้อนได้อย่างดี

บ้านสไตล์โคโลเนียล

บ้านสไตล์โคโลเนียล ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ผสมวัฒนธรรมจากสเปนในช่วงยุค 1940 บ้านหลังนี้เป็นที่พักอาศัยของครอบครัวในช่วงเริ่มต้น ต่อมาเมื่อจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น จึงต้องขยับขยายพื้นที่ให้รองรับการใช้งานได้อย่างพอเพียงสถาปนิกพาทีมงาน “บ้านและสวน” เดินผ่านซุ้มประตูไม้เล็กๆด้านข้างซึ่งเป็นทางเข้าออกประจำของเจ้าของบ้าน เพื่อไปดูส่วนต่อเติมใหม่ที่ออกแบบให้ใช้โครงสร้างแยกออกจากบ้านเดิม รวมถึงส่วนระเบียงด้านหลัง และสวนที่แบ่งไว้เป็นสัดส่วนมองภายนอก ส่วนต่อเติมใหม่ก็มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดาสูงสองชั้น ทว่าไอเดียการออกแบบนั้นไม่ธรรมดาเพราะมีการใช้ประโยชน์จากวัสดุอย่างเต็มที่ โดยเลือกใช้โครงสร้างและวัสดุสำเร็จรูปอย่างเหล็กและไม้ที่หาซื้อได้ทั่วไป ราคาไม่แพง แต่ใช้การออกแบบช่วยให้ดูเท่แปลกตา ทั้งยังคำนึงถึงการก่อสร้างที่ง่าย รวดเร็ว และแข็งแรงทนทาน ไม่มีฝุ่นหรือมลพิษรบกวนเจ้าของบ้านซึ่งยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่าระหว่างช่วงต่อเติมบ้านหลังใหม่สถาปนิกออกแบบพื้นที่ชั้นล่างให้เป็นส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ และส่วนซักล้าง โดยมีทางเดินสั้นๆเป็นตัวเชื่อมระหว่างโครงสร้างเดิมกับโครงสร้างใหม่ที่แยกออกจากกัน เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการทรุดตัวของโครงสร้างในภายหลัง รวมทั้งออกแบบเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินไปพร้อมๆกับการวางผัง ด้วยดีไซน์แบบเรียบง่าย เน้นการใช้งานได้จริง ส่วนด้านบนมีเพียงห้องนอนและห้องน้ำเปิดโล่งเท่านั้นพื้นที่สีเขียวหลังบ้านยังใช้เป็นสวนเพื่อการเรียนรู้ของลูกๆ มีการแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกพืชผักสวนครัวและเลี้ยงไก่ ลูกๆจะได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้จากของจริง ถือได้ว่าทั้งเจ้าของบ้านและสถาปนิกต่างก็เอาใส่ใจ

เรือนไทยภาคอีสาน

เรือนไทยภาคอีสานนั้น เป็นเรือนไทยที่สร้างขึ้นในลักษณะกึ่งถาวร มีความคล้ายกันระหว่างเรือนไทยภาคกลาง และเรือนไทยภาคเหนือ ซึ่งเรือนไทยภาคอีสานนั้นจะมีลักษณะยกตัวบ้านสูงกว่าเรือนไทยภาคกลางและภาคเหนือ และมีบันไดขึ้นลงเป็นทางเดียว คล้ายบันไดลิง และชัน เรือนไทยภาคอีสานถูกแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่คือ ลักษณะกึ่งถาวร, ลักษณะถาวร, ลักษณะชั่วคราว

เรือนไทยลักษณะชั่วคราว ส่วนมากใช้เป็นที่พักชั่วคราวและสร้างเฉพาะบางฤดูกาล เช่น ใช้เป็นเถียงนา ในช่วงหน้าฝน โดยใช้เป็นลักษณะโครงสร้างไม้ไผ่ เรือนลักษณะนี้มีอายุใช้งานเพียง 1-2 ปีเท่านั้น ซึ่งสามารถรื้อและซ่อมใหม่ได้

เรือนไทยกึ่งถาวร มีลักษณะเป็นเรือนหลังเล็ก แต่ไม่มาก หรือเป็นกระต๊อบ ซึ่งเป็นเรือนที่มีลักษณะไม่มั่นคงมักถูกเรียกว่า เรือนเครื่องผูก หรือ เรือนเครื่องสับ ส่วนใหญ่แล้วเรือนชนิดแบบกึ่งถาวรจะไม่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย อาจจะใช้เป็นที่เก็บข้าว หรือ เล้าข้าวเท่านั้น

เรือนไทยถาวร เป็นเรือนที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถูกจำแนกออกเป็น 3 ประเภทคือ เฮือนเกย เฮือนแฝด เฮือนโข่ง ถูกในประเภทเครื่องเรือนสับ ส่วนใหญ่เรือนไทยภาคอีสานชนิดนี้ มักมีหน้าต่างที่แคบ และภายในตัวเรือนค่อนข้างทึบ เนื่องจากป้องกันลมหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว และลักษณะของหลังคาจะไม่มีจั่ว กาแล แบบภาคเหนือ และส่วนของหลังคาจะไม่ยื่นออกมาคลุมชานบ้านแบบเรือนไทยภาคกลาง รวมถึงไม่มีการตั้งเสาเรือนบนตอหม้อ เหมือนกับเรือนไทยภาคใต้ ซึ่งชาวภาคอีสานมักปลูกเรือนโดยการฝังเสาเรือน และบันไดของเรือยไทยภาคอีสาน จะเป็นแบบบันไดเดี่ยวตรงขึ้นไปบนตัวเรือน จะไม่มีส่วนพักขั้นบันได เหมือนกับเรือนภาคเหนือและภาคกลาง

เรือนไทยภาคเหนือ

เรือนไทยภาคเหนือ มีลักษณะการสร้างที่คล้ายๆกับเรือนไทยภาคกลาง แต่จะแตกต่างกันตามความเชื่อของคนภาคเหนือ และมีหลากหลายลักษณะตามการก่อสร้าง เรือนไทยภาคเหนือมีเป็นจำนวนมากในช่วงยุคล้านนา กระจายตามจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน และตาก สิ่งหนึ่งที่เรือนไทยภาคเหนือมีจุดเด่นอย่างหนึ่งคือ กาแล เป็นเอกลักษณะของเรือนไทยภาคเหนือ เป็นส่วนที่อยู่บริเวณจั่วมุมหลังคา มีลักษณะคล้ายเป็นแผ่นไม้แกะสลักเป็น แป้นเกล็ด

เรือนไทยภาคเหนือ หรือ เรือนล้านนา ถูกแบ่งตามลักษณะของความเป็นอยู่ของคนภาคเหนือ เช่น เรือนเครื่องผูก เป็นเรือนที่มักปลูกตามชนบท ตามหมู่บ้านต่างๆจะนิยมปลูก ซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่ายและสร้างง่าย ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่เป็นคาน และเสาใช้ไม้เนื้อแข็ง และผนังจะใช้เป็นไม้ไผ่สาน ส่วนหลังคานั้นใช้วัสดุธรรมชาติ คือ ใบตอง หรือหญ้าแฝกมาสานเป็นหลังคา ส่วนใหญ่แล้วเครื่องเรือนผูกนั้นมักไม่ใช้อาศัย แต่จะใช้เป็นบริเวณที่เฝ้านาเท่านั้น และอีกประเภทหนึ่งคือ เรือนกาแล ส่วนใหญ่เป็นเรือนของผู้อาศัยที่มีฐานะดี นิยมสร้างกันเนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน  และด้านจั่วหลังคานั้นมีลักษณะเป็นส่วนไม้ยื่นไคว้กัน แกะสลัก เรียกว่า กาแล ซึ่งความเชื่อของชาวเหนือนั้น บ่งบอกถึง เชื้อตระกูล และความเชื่ออีกอย่างของการมี กาแล นั้นคือเชื่อว่าช่วยไม่ให้ อีกา มาเกาะหลังคาเพราะถือว่าเป็นสิ่งอัปมงคล รวมถึงเป็นการบ่งบอกถึงฐานะของผู้อยู่อาศัยด้วย ปัจจุบัน เรือนไทยภาคเหนือ มีอยู่น้อยแล้ว ส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชม

พระตำหนักทับขวัญ

พระตำหนักทับขวัญ เป็นบ้านเรือนไทยเก่าแก่ที่ออกแบบในลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยภาคกลาง ที่สมบูรณ์แบบที่สุดหลังหนึ่ง พระตำหนักทับขวัญ ตั้งอยู่ภายในพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม สร้างโดย พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) ช่างผู้ออกแบบและก่อสร้างเรือนไทยหลังนี้ พระตำหนักทับขวัญนั้นถูกสร้างขึ้นตามพระดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้น เพื่อใช้ในการเสด็จมาสักการะพระปฐมเจดีย์ และทรงให้ก่อสร้างพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆในบริเวณ

ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2454 ได้มีพระราชพิธีในพระตำหนักใหม่ขึ้น คือ พระตำหนักทับขวัญ ซึ่งเป็นลักษณะของบ้านเรือนไทยโบราณ โดยพระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักทับขวัญ เป็นเวลา 1 คืน นอกจากพระองค์ใช้ในการประทับแล้ว พระตำหนักทับขวัญยังใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2479 ได้มีการบูรณะพระตำหนักใหม่ แต่ทางกระทรวงมหาดไทย เกิดการถกเถียงกันระหว่าง ทางการจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีการขอทำเรื่องรื้อถอนพระตำหนัก

พ.ศ. 2509 พระตำหนักทับขวัญตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งสภาพของพระตำหนักมีความทรุดโทรมอย่างมาก และไม่สามารถใช้การได้ ทางมหาวิทยาลัยจึงมีความคิดที่จะบูรณะพระตำหนักแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยมีการระดมเงินทุนจากหน่วยงานต่างๆเพื่อนำมาบูรณะใหม่โดยปรับปรุงบางส่วนของตัวเรือน เช่น วัสดุมุงหลังคาใช้แทนจาก ซึ่งเป็นวัสดุดั้งเดิม ปัจจุบันพระตำหนักทับขวัญ ภายในพระราชวังสนามจันทร์ ใช้เป็นสถานที่ศึกษา พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

เรือนไทยโบราณ ศิลปะที่ยังคงนิยมในปัจจุบัน

เรือนไทยในสมัยก่อนมีอยู่มากมาย ซึ่งเป็นศิลปะที่มีมายาวนานแล้ว แม้ว่าในปัจจุบันนั้น บ้านเรือนไทยที่ยังคงมีอยู่แต่ส่วนมากจะอยู่ตามบริเวณต่างจังหวัด สถานที่ท่องเที่ยว ที่ยังคงมีการอนุรักษ์บ้านเรือนไทยไว้ไม่ให้สูญหายไป แต่ด้วยศิลปะที่คงความขลัง ของบ้านเรือนไทย ทำให้มีบางคนนิยมสร้างบ้านในรูปแบบเรือนไทย ซึ่งบ้านเรือนไทยนั้นเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติในการนำมาสร้างบ้าน บ้านเรือนไทยนั้นในแต่ละภาคของประเทศไทยมีการสร้างที่แตกต่างกันไป ตามแต่ภูมิประเทศของพื้นที่นั้นๆ นอกจากนั้นการสร้างบ้านเรือนไทยยังคงสร้างตามหลักความเชื่อที่มีมาแต่โบราณด้วย

ลักษณะทั่วไปของเรือนไทยนั้นมีการออกแบบที่หลากหลายประเภทซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัว เช่น เรือนเครื่องสับ, เรือนเครื่องผูก, เรือนเครื่องก่อ ซึ่งเรือนไทยที่นิยมสร้างมากที่สุดคือ เรือนไทยเครื่องสับ ซึ่งในสมัยโบราณนั้นเรือนไทยประเภทนี้นิยมสร้างกันมาก ส่วนใหญ่เป็นสามัญชน, ชาวบ้านทั่วไป ตลอดจนผู้ที่มีฐานะมั่งคั่ง ร่ำรวยจะนิยมสร้างเรือนไทยประเภทนี้ด้วย ซึ่งลักษณะของเครื่องเรือนไทยนี้จะเป็นวัสดุเป็นไม้เนื้อแข็ง ซึ่งแข็งแรง ทนทานต่อน้ำ, ลม และช่วยให้บ้านเย็นสบายด้วย ส่วนใหญ่บ้านเรือนไทยจะใช้วัสดุธรรมชาติที่แข็งแรงมาก และสร้างให้มีลักษณะหลังคาทรงสูง เพื่อช่วยระบายน้ำฝนออกจากหลังคาอย่างรวดเร็วด้วย หากสังเกตบ้านเรือนไทยส่วนใหญ่จะมีกันสาดยื่นออกมาจากตัวบ้าน เพื่อช่วยป้องกันแดด ให้บ้านเย็นสบาย รวมไปถึงตัวบ้านที่ยกสูงนั้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม รวมถึงป้องกันสัตว์มีพิษต่างๆเข้ามาในบ้านด้วย

บ้านสไตล์ไทยคอนกรีตประยุกต์

บ้านสไตล์ไทยประยุกต์ หรือ Thai-Oriental Style เป็นบ้านที่ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงศิลปะ วัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ในแบบไทย  รูปแบบบ้านนิยมใช้หลังคารูปทรงจั่วหรือปั้นหยา มุงด้วย “กระเบื้องหลังคาหางว่าว” หรือ “กระเบื้องว่าว” ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดซึ่งเป็นเอกลักษณ์คู่บ้านไทย มีการใส่ค้ำยัน ใช้หน้าต่างบานเกล็ด ตัวบ้านอาจเป็นปูนทั้งหลัง หรือมีการใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูนเฉพาะชั้นล่างร่วมกับการใช้ไม้หรือวัสดุทดแทนไม้เป็นองค์ประกอบบ้าน พื้นที่ชั้นล่างส่วนใหญ่จะมีสเปซเปิดโล่ง หรือมีประตูหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถเปิดเพื่อสูดรับอากาศจากภายนอกและให้อากาศถ่ายเทได้ดี มีลานนั่งเล่นกว้างขวางเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ของคนในครอบครัว

ปัจจุบัน สภาพภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมบ้านเราเปลี่ยนไป บวกกับการได้รับอิทธิพลจากตะวันตก รวมถึงพัฒนาการด้านวัสดุและเทคโนโลยี ทำให้บ้านสมัยใหม่นิยมก่อสร้างด้วยเหล็กและปูนมากขึ้น แต่ความเป็นไทยก็ยังคงอยู่คู่บ้านเราเสมอมา โดยมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนเพื่อให้ดูเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น และยังคงไว้ซึ่งศิลปะความงามและกลิ่นอายแบบไทย ที่เราเรียกกันว่า “บ้านสไตล์ไทยประยุกต์”

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นสไตล์นี้เป็นบ้านที่สร้างขึ้นมาเพื่อโชว์ความเป็นโมเดิร์นของแบบบ้านโดยเฉพาะเป็นที่นิยมของบ้านในตัวเมืองออฟฟิตขนาดเล็กส่วนมาจะมีชั้นเดียวสามห้องนอน สองระดับ สองห้องน้ำเป็นรูปแบบของบ้านอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในการก่อสร้างในปัจจุบันเลยทีเดียว เนืองจากวัสดุที่หาได้ง่ายแถวบ้านเราแต่ก่อนอย่างไม้ตอนนี้กับเหลือน้อยและมีราคาสูงและก็ยังหาได้ยากอีก บ้านแบบโมเดิร์นที่ทำมาจากวัสดุสมัยใหม่เป็นหลักจึงเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมการสร้างบ้าน โดยเฉพาะส่วนของการใช้เหล็กและกระจกที่เป็นจุดเด่นของบ้าน นอกจากนั้นลักษณะเด่นยังคือความหรูหราในความเรียบง่ายและพื้นที่ๆมีความจำจัดการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ท่านที่ต้องการสร้างบ้านขนาดเล็กและมีงบประมาณก่อสร้างอย่างจำกัด ดังนั้นการออกแบบที่ลดส่วนที่ไม่จำเป็นของบ้านและลักษณะทรงหลังคาของบ้านโมเดิร์นที่ประหยัด จึงทำให้งบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างน่าอยู่ที่ประมาร5แสนบาทเท่านั้นแต่ถึงแม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็ครบถ้วนด้วยประโยชน์ใช้สอยมากมายอย่างครบถ้วน

บ้านชั้นเดียว คอนกรีตแบบร่วมสมัยพื้นสูง

บ้านคอนกรีต ชั้นเดียวมีฐานปูด้วยปูนยกสูงจากพื้นดินประมาณ 1เมตร บ้านสไตล์แบบนี้เหมาะกับครอบครัวเล็กๆที่มีเนื้อที่น้อยแต่สามารถทำได้ทั้งตัวบ้านและที่จอดรถไปในตัวได้ด้วย ไม่ใช้ว่ามีคนมีที่น้อยถึงจะทำได้นะคนที่มีเนื้อที่เยอะก็สามารถทำได้เหมือนกันจะเป็นการประหยัดเนื้อที่ของตัวเองไปในตัวได้ด้วยและเอาเนื้อที่ๆเหลือไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นบ้านรูปทรงแบบนี้ส่วนใหญ่จะพบตามบ้านที่อยู่ไกลชายคลองมีน้ำท่วมบ่อยหรือเป็นทางน้ำเมื่อฝนตกหนักบ้านสไตล์นี้จะมีหลังคาทรงปั้นหยามุงด้วยกระเบื้องโครงสร้างรูปทรงตัวแอล ผนังบ้านจะมีสีอ่อนเรียบๆเฉลียงด้านหน้าออกแบบให้ไม่มีกันตก จัดเป็นที่นั่งหินอ่อน แต่งเสาและผนังส่วนของใต้ชายคาด้วยด้วยอิฐเปลือยโชว์แนว มีความคงทนสูงทนต่อสภาพแวดล้อมกันหนาวกันลมได้ดี  เหมือนในรูป ตัวบ้านทำให้การใช้ประโยชน์ในพื้นที่มีมากขึ้นเพราะการเทพื้นบ้านด้วยปูนสามารถทำกิจกรรมได้มีตัวบ้านในการบังความร้อนจากแสงแดด ทางเข้าบ้านก็ทำเป็น 3-4ประตูก็ได้หรือทำเป็นประตูห้องออกมาจากตัวบ้านเลยก็ได้สำหรับคนทำงานหากทำงานเลิกดึกจะได้ไม่ต้องเข้าบ้านเดินส่งเสียงรบกวนคนในครอบครัวพื้นที่ใช้สอยขนาด 109 ตารางเมตร บ้านหลังนี้มีทั้งหมด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ งบก่อสร้างที่ใช้จะอยู่ที่ 1 ล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งหากว่าแบบบ้านหลังนี้ตอบโจทย์เพื่อนๆ ชาวเว็บและอยากจะซื้อแบบแปลน/สร้างตามแบบ ติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้จากที่มาด้านล่างนี้เลยนะครับ

บ้านชั้นครึ่งแบบดั้งเดิม กึ่งไม้กึ่งปูน ใต้ถุนโล่ง

บ้านชั้นครึ่งเปิดโล่ง ไม้กึ่งปูน เป็นบ้านที่พบบ่อยแถวต่างจังหวัดแทบทุกภาคของไทยรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่เห็นได้มากเพราะบ้านสไตล์นี้เป็นบ้านแบบเปิดตัวบ้านโล่งเข้ากับธรรมชาติอากาศถ่ายเทได้ง่ายทำให้ไม่ร้อนเหมาะกับประเทศไทยที่เป็นประเทศเขตร้อน มีพื้นที่ส่วนตัวเล็กน้อย คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะอยู่กันแบบครอบครัวบ้านแบบนี้จะทำให้ไปมาหาสู่กันได้ง่ายต้นทุนการสร้างก็น้อย

ลักษณะบ้านชั้นครึ่ง โครงสร้างครึ่งไม้ครึ่งปูน โดยที่ชั้นแรกจะเป็นปูน ทาผนังสีครีม ในขณะที่ชั้นสองจะเป็นระเบียงโปร่งโครงสร้างไม้ มีใต้ถุนโล่งที่ด้านล่าง หลังคาใช้เมทัลชีทก่อเป็นทรงหน้าจั่ว พื้นที่รอบๆ รายล้อมด้วยสวนป่าโปร่งๆมีกลิ่นอายของธรรมชาติในป่าสีเขียวขจึ กับบ้านดีไซน์ดั้งเดิมเรียบง่าย โปร่งโล่งรับลมเย็นสบายๆ นับว่าเป็นอะไรที่เข้ากันมากๆ เหมือนกับบ้านที่ ในบ้าน นำมาให้ชาวเว็บได้ชมกันในวันนี้ เป็นบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนตั้งอยู่กลางป่า ร่มรื่นเข้ากับสภาพแวดล้อม เหมาะสำหรับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งครับ

พื้นที่ชั้นบนระเบียงเป็นโซนพักผ่อนสำหรับช่วงเวลากลางวัน ปูพื้นด้วยไม้เคลือบเงา มีเปลญวนสำหรับไว้นอนเล่นรับลมเย็นสบาย

ภายในบ้านชั้นแรกจะเป็นห้องแบบเปิดโล่ง มีห้องครัวพร้อมเคาน์เตอร์ปูนบิวท์อิน และโต๊ะรับประทานอาหาร มีชั้นลอยด้านบนที่เชื่อมกับระเบียงภายนอกห้องน้ำอยู่ที่ชั้นล่าง ตกแต่งเรียบง่ายเป็นธรรมชาติ โดดเด่นด้วยเสาปูนเปลือยที่กรุกระเบื้องสีขาวทำเป็นลวดลาย โดยรวมแล้ว ดูสวยงามน่าใช้งานทีเดียวห้องนอนอยู่ที่ชั้นบน ตกแต่งอย่างเรียบหรู แต่คงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ด้วยงานไม้สวยๆ อีกทั้งยังโปร่งโล่งด้วย